วัสดุที่ใช้ทำเครื่องต๊าปเกลียวให้เป็นเกลียว

วัสดุที่ใช้ทำเครื่องต๊าปเกลียวจะทำจากเหล็กกล้าผสมคาร์บอน (carbon steel) หรือเหล็กกล้าความเร็วรอบสูง (high speed steel) และจะผ่านกระบวนการทำให้แข็ง และอบคืนตัว ดังนั้น Tap จะมีความแข็งมากแต่จะหักง่าย

1.เครื่องมือทำเกลียวหนึ่งชุดมีสามตัว ประกอบด้วย

1.1 ตัวเรียว (Taper Tap) แท๊ปตัวนี้จะทำฟันเกลียวให้เรียวตอนปลายประมาณ 6 – 7 ฟัน แล้วจึงถึงฟันเต็ม เพื่อจะใช้กับงานที่ต้องการทำเกลียวในระยะเริ่มแรกทั้งนี้เพื่อต้องการทำให้ตัวเกลียวในทำงานตัดเบาๆ เป็นเกลียวนำในระยะเริ่มแรกและทำงานได้เที่ยงตรง ถ้างานที่มีขนาดบาง การทำเกลียวก็จะสิ้นสุดที่ตัวที่หนึ่งนี้

1.2 ตัวตาม (plug Tap) แท๊ปตัวนี้จะทำฟันเรียวที่ตอนปลายประมาณ 3 – 4 ฟัน ใช้ในการทำเกลียวงานที่มีขนาดหนาๆ ซึ่งเป็นตัวที่ใช้ทำเกลียวในระยะขั้นสองหลังจากเกลียวที่ทำนั้นได้ผ่านการใช้ตัวเรียวมาแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการทำเครื่องต๊าปเกลียวในระยะนี้ให้ดีขึ้นและเพื่อป้องกันการหักชำรุดของเครื่องมือทำเกลียวใน ในบางครั้งอาจใช้ตัวที่สองนี้ทำเกลียวในระยะเริ่มแรกได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังให้มาก

1.3 ตัวสุดท้าย (Bottoming Tap) แท๊ปตัวนี้ที่ปลายของฟันเกลียวจะไม่มีเรียวเป็นตัวที่ใช้งานทำเกลียวในขั้นสุดท้าย หลังจากที่ได้ทำเกลียวโดยใช้ตัวสุดท้ายนี้ไปแล้วจะได้สันเกลียวถูกต้องสมบูรณ์ถึงก้นรู

  1. ด้ามจับแท๊ป (Tap Wrench) เครื่องมือที่ใช้จับแท๊ป เพื่อหมุนทำเครื่องต๊าปเกลียวในนั้นเราเรียกว่าด้ามจับแท๊ปมีอยู่ 2 แบบด้วยกันคือ

2.1 ด้ามจับแบบตัวที (T – Handle tap wrench) ด้ามจับนี้ใช้กับตัวทำเกลียวในที่มีขนาดเล็กๆ และใช้ทำเกลียวในที่แคบจำกัด

2.2 ด้ามจับแบบปรับแต่งได้ (Adjustable tap wrench) ใช้สำหรับจับทำเกลียวในที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่ได้ หลายขนาดและใช้ทำเกลียวงานทั่วๆไปซึ่งด้ามจับแบบนี้นิยมใช้กันมาก http://www.tcgroup.asia/

การเลือกหญ้าเทียมที่นำมาใช้แต่งห้อง

สำหรับคนที่อยู่ในช่วงทำงานและไม่มีเวลาว่างพอที่จะดูแลสวนภายในบ้าน การเลือกใช้หญ้าเทียมแทนหญ้าจริง เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาไปดูแลสวนของคุณมาก เพราะนอกจากจะทำเป็นพื้นสนามหญ้าได้ทั้งภายนอกภายในแล้ว ยังสามารถนำมากรุผนังเป็นสวนแนวตั้งและตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ได้ด้วย แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักหญ้าเทียมกันสักหน่อยประเภทของหญ้าเทียม หญ้าเทียมมี 2 ประเภท แบ่งตามการใช้งาน คือหญ้าเทียมสำหรับใช้ทำสนามกีฬา และหญ้าเทียมสำหรับงานภูมิสถาปัตยกรรม ซึ่งใช้ตกแต่งสวนและงานตกแต่งภายในต่างๆ

หญ้าเทียมนำมาใช้แต่งห้องไม่ยากเลย เพราะไม่ได้ใช้งานหนักอะไร สามารถใส่ไอเดียได้ตามใจ โดยเตรียมตัว ดังนี้ เตรียมพื้นผิวที่จะติดตั้งให้เรียบและแข็งแรงพอสมควร ทำความสะอาดให้ปราศจากกรวดทรายและแห้งสนิท กำหนดขอบเขตที่จะติดตั้ง แล้วทากาวสำหรับติดหญ้าเทียมโดยทาด้านหลังแผ่นให้ทั่ว ติดลงบนพื้นที่ที่ต้องการ รอให้แห้งสนิทประมาณ 30-60 นาที ก็พร้อมใช้งานได้เลยการเลือกหญ้าเทียม

ให้เลือกจากความยาวของเส้นหญ้า โดยมีความยาวตั้งแต่ 10-60 มิลลิเมตร ซึ่งเหมาะกับการใช้งาน ดังนี้ ความยาว 10 มิลลิเมตร เหมาะสำหรับงานตกแต่งภายในทั่วไป หรือสนามหญ้าหน้าบ้านแลริมระเบียงเล็กๆ ตามคอนโดมิเนียมที่ต้องการตัดปัญหาเรื่องการดูแลรวมถึงสนามไดรฟ์กอล์ฟสนามเทนนิส ความยาว 25 มิลลิเมตร เหมาะสำหรับสนามกีฬาฟุตซอล ความยาว 50-60 มิลลิเมตร เหมาะสำหรับสนามกีฬาฟุตบอล แต่ต้องโรยทรายแห้งและเม็ดยางสีดำเพื่อให้หญ้าตั้งตรง เกิดความนุ่มนวลใกล้เคียงธรรมชาติการดูแลรักษาหญ้าเทียม

การทำความสะอาดทั่วไปสามารถใช้เครื่องดูดฝุ่นและเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำได้ตามปกติ กรณีรอยเปื้อนจากเศษอาหารหรือคราบสกปรกให้ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่เช็ดทำความสะอาด ควรหลีกเลี่ยงประกายไฟ เพราะหญ้าเทียมผลิตจากวัสดุประเภทเดียวกับพลาสติก หญ้าเทียมมีอายุการใช้งานประมาณ 5-8 ปีและหากจะติดตั้งถาวร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝุ่นมาก เพราะจะเก็บฝุ่นได้มากกว่าพื้นผิวเรียบปกติ

คุณสมบัติของซิลิก้าเจลและองค์ประกอบต่าง ๆ

ซิลิก้าเจลเป็นผลึกไม่มีสีหรือเป็นของแข็งสีขาว ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส มีจุดหลอมเหลวที่ 1,710 ºC และมีความถ่วงจำเพาะประมาณ 20.-2.6 ไม่ละลายในน้ำหรือละลายได้น้อยมาก รวมถึงไม่ละลายในกรด ยกเว้นกรดไฮโดรฟลูออริก (HF) แต่สามารถละลายในด่างได้ดี และเมื่อละลายจะได้สารประกอบซิลิเกตของด่างนั้น เช่น โซเดียมซิลิเกต

ซิลิก้าเจลเป็นของแข็งอสัณฐานหรือมีรูปร่างค่อนข้างกลมที่มีรูพรุน มีพื้นที่ผิว ประมาณ 300-1000 ตารางเมตร/กรัม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-100 นาโนเมตร มีตั้งแต่เป็นก้อนแข็งจนถึงเป็นผงละเอียด ภายในมีรูพรุน ขนาดตั้งแต่ 5 Aº – 3000 Aº ซึ่งอาจจัดแบ่งขนาดของรูพรุนจากกระบวนการผลิตได้ 2 ประเภท คือ

  1. ซิลิก้าเจลที่มีรูพรุนขนาดเล็ก มีขนาดของรูโดยเฉลี่ยประมาณ 20 Aº
  2. ซิลิก้าเจล ที่มีรูพรุนกว้าง มีขนาดของรูเฉลี่ย 110 Aº หรือมากกว่า

ซิลิก้าเจล เป็นสารที่มีคุณสมบัติชอบน้ำ ทำให้ไม่บวมเมื่อสัมผัสกับสารละลาย และยังคงโครงสร้างเดิมไว้ได้ การเปลี่ยนซิลิก้า เจลที่ไม่มีน้ำ ไปเป็นซิลิก้าเจลที่มีน้ำ ต้องใช้น้ำ 100 ส่วนต่อซิลิก้าเจล 1 ส่วน แต่ความคงตัวของซิลิก้าเจลยังต้องขึ้นกับปัจจัยของความเป็นกรดเป็นด่างของสารละลายด้วยเช่นกัน โดยซิลิก้าเจลสามารถละลายได้ที่ pH สูงกว่า 7 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ pH สูงกว่า 7.5 และที่ pH ต่ำกว่า 2 ซึ่ง ซิลิก้าเจลจะละลายเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว การดูดซับบนซิลิก้าเจลโดยทั่วไปเป็นการดูดซับทางกายภาพเกิดจากปฏิกิริยาของแรงวัลเดอร์วาล์วและแรงจากการรวมตัวกันของน้ำที่ความชื้นสัมพัทธ์สูง

องค์ประกอบทางเคมีของซิลิก้าเจล

  1. SiO2 ประมาณ 99.71% โดยน้ำหนัก
  2. Al2O3 ประมาณ 0.10% โดยน้ำหนัก
  3. TiO3 ประมาณ 0.09% โดยน้ำหนัก
  4. Fe2O3 ประมาณ 0.03% โดยน้ำหนัก
  5. Trace Oxides ประมาณ 0.07% โดยน้ำหนัก

องค์ประกอบทางกายภาพของซิลิก้าเจล

  1. สารระเหยทั้งหมด ประมาณ 5-6.5% โดยน้ำหนัก
  2. พื้นที่ผิว ประมาณ 750-800 ตารางเมตร/กรัม
  3. ปริมาตรรูพรุน ประมาณ 0.43 ลบ.ซม./กรัม
  4. เส้นผ่าศูนย์กลางรูพรุนเฉลี่ย 2.2 นาโนเมตร
  5. ความหนาแน่น ประมาณ 0.72 กรัม/ลบ.ม.

วิธีซักขายส่งชุดชั้นในให้สะอาดหมดจดโดยไม่เสียรูปทรง

วิธีซักขายส่งชุดชั้นในให้สะอาดหมดจดโดยไม่เสียรูปทรงอย่างที่เคยเป็นมา สาว ๆ คนไหนเคยหงุดหงิดใจเพราะซักชุดชั้นในแล้วเสียทรง เรามีวิธีซักเสื้อชั้นให้สะอาดและใช้ได้นานมาบอกต่อ ผู้หญิงคงรู้กันดีว่าเสื้อชั้นในมีความสำคัญกับเราขนาดไหน และเห็นชิ้นเล็ก ๆ แต่เรื่องซักทำความสะอาดก็จุกจิกไม่เบา โดยเฉพาะสาวคนไหนซักเสื้อชั้นในแล้วออกมาเสียรูปทรงไปหมดก็คงเสียดายและเสียอารมณ์อยู่บ่อย ๆ ฉะนั้นเพื่อช่วยให้คุณแม่บ้านซักเสื้อชั้นในได้สะอาดโดยไม่เสียรูปทรง และยืดอายุการใช้งานเสื้อชั้นในไปได้นาน ๆ เราเลยมีเคล็ดลับซักเสื้อชั้นในมาฝาก โดยทำตามสเต็ปต่อไปนี้เลย

  1. ติดตะขอก่อนซักก่อนซักทำความสะอาดเสื้อชั้นในทุกครั้ง ควรติดตะขอเสื้อชั้นให้เรียบร้อย เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เสื้อชั้นในเสียรูปทรงในเบื้องต้น แต่สำหรับเสื้อชั้นในที่ไร้ตะขอ ขั้นตอนนี้ก็ผ่านไปได้เลย
  2. ใส่ถุงตาข่าย หากคุณซักเสื้อชั้นในด้วยเครื่องซักผ้า สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องแยกเสื้อชั้นในจากเสื้อผ้าชิ้นอื่น ๆ โดยนำใส่ในถุงตาข่ายต่างหาก เพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าพันกันยุ่งเหยิง ทั้งถุงตาข่ายยังช่วยพยุงรูปทรงเสื้อชั้นในไม่ให้เสียรูปได้อีกด้วย
  3. แยกผ้าสี-ผ้าขาว แม้จะเป็นไอเทมที่ถูกแอบซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า แต่สาว ๆ ทุกคนก็คงไม่อยากให้ขายส่งชุดชั้นในมีสภาพมอมแมมหรอกใช่ไหมคะ ฉะนั้นก่อนนำเสื้อชั้นในไปซัก อย่าลืมแยกผ้าสี-ผ้าขาวด้วย
  4. ซักร่วมกับผ้าที่มีน้ำหนักพอ ๆ กัน ด้วยความที่เสื้อชั้นในค่อนข้างบอบบางพอสมควร เราจึงควรเลือกผ้าที่จะซักร่วมกับเสื้อชั้นในอย่างเหมาะสม โดยพยายามซักร่วมกับผ้าฝ้าย ผ้าที่มีน้ำหนักเบาบาง และหลีกเลี่ยงผ้าผืนหนาอย่างผ้าขนหนู ผ้ายีนส์ เป็นต้น
  5. จัดทรงก่อนตาก เมื่อซักเสื้อชั้นในเรียบร้อยแล้ว ก่อนนำตากควรจัดทรงเสื้อชั้นในให้เหมือนตอนที่จะใส่เสียก่อน โดยเฉพาะในส่วนของฟองน้ำ ต้องดันให้กลับเข้ารูปโดยเร็วที่่สุด ซึ่งจะช่วยให้เสื้อชั้นในไม่บู้บี้เสียทรงได้เช่นกัน
  6. แขวนตากกับไม้แขวนเสื้อหรือราวตากผ้า วิธีการที่ถูกต้องสำหรับตากขายส่งชุดชั้นใน ควรพาดไว้กับไม้แขวนเสื้อหรือราวตากผ้าไปเลย โดยแขวนในลักษะณะคว่ำหัว เพื่อให้น้ำและความชื้นไหลลงอย่างสะดวก และพยายามหลีกเลี่ยงวิธีตากเสื้อชั้นในด้วยไม้หนีบ เพราะการหนีบแขวนอาจเร่งให้เสื้อชั้นในยืดเร็วกว่าที่ควรได้

บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายกว่าบุหรี่จริงหรือไม่

บุหรี่ไฟฟ้าตัวเลือกที่ดีของผู้ที่อยากเลิกสูบบุหรี่?

ถ้าหากถามว่าเป็นตัวเลือกที่ดีหรือไม่ ก็จะตอบว่าดีกว่ายังสูบบุหรี่ปกติต่อไป แต่ถ้าหากถามว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ในการเลิกบุหรี่หรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ เพราะสารประกอบในบุหรี่ไฟฟ้า ถึงแม้ว่าจะมีสารที่ปลอดภัยต่อร่างกายถึงขั้นนำมาใช้เป็นสารประกอบในสินค้าอื่นๆ เช่น เครื่องสำอาง ได้ก็จริง แต่บุหรี่ไฟฟ้าหลายๆ ยี่ห้อ ยังคงมีนิโคตินที่เป็นสารที่อันตรายต่อร่างกายผสมอยู่

ปริมาณนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าแต่ละยี่ห้อก็มากน้อยไม่เท่ากัน ดังนั้นความ “เสี่ยง” ในการเป็นโรคที่เกิดจากนิโคตินยังคงอยู่ เพียงแต่บุหรี่ไฟฟ้าที่คุณใช้อยู่อาจมีปริมาณมากน้อยกว่าบุหรี่จริงแตกต่างกัน ความเสี่ยงต่อโรคอันตรายก็มากน้อยแตกต่างกันไปด้วยนั่นเอง นอกจากนี้ปริมาณนิโคตินที่ปรากฏอยู่บนฉลากของบุหรี่ไฟฟ้า ยังพบว่ามีการคลาดเคลื่อนสูงมาก นั่นหมายถึงมีความเป็นไปได้มากว่า ปริมาณนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าอาจมากกว่าที่เขียนบนฉลากก็เป็นได้

บุหรี่ไฟฟ้า มีสารก่อมะเร็ง?

ไอระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้า ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น จึงถูกนำมาใช้ในสถานที่ทั่วไป รวมถึงในตัวอาคาร ในห้องต่างๆ โดยไม่มีกลิ่นรบกวนคนรอบข้าง แต่ถึงกระนั้นไอระเหยนี้มีสารก่อมะเร็งที่ไม่ได้เป็นอันตรายแค่ตัวผู้สูบ แต่ยังรวมไปถึงคนที่อยู่รอบข้างของผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าด้วย

ทำไมรัฐบาลอังกฤษถึงส่งเสริมให้ประชาชนใช้บุหรี่ไฟฟ้าในการเลิกบุหรี่?

เพราะบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบันรุ่นใหม่ๆ ใช้สาร propylene glycol (โพรไพลีนไกลคอน) และ vegetable glycerin (กลีเซอรีนจากพืช) เป็นส่วนประกอบในบุหรี่ไฟฟ้า สารสองตัวนี้มีความปลอดภัยจนสามารถนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอางได้ ดังนั้นรัฐบาลอังกฤษจึงรณรงค์ให้ประชาชนที่อยากเลิกบุหรี่ หันมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าแทน

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยของ กระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษกล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่จริงถึง 95% และคนส่วนใหญ่ที่ใช้คือ ใช้เพื่อเลิกสูบบุหรี่จริง ไม่ใช่คนรุ่นใหม่ที่หันมาอยากลองสูบบุหรี่ จนทำให้มีผู้สูบบุหรี่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด แต่เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าเป็นนวัตกรรมที่ยังมีการใช้อย่างแพร่หลายไม่ถึง 10 ปี ดังนั้นจึงยังไม่มีงานวิจัยออกมายืนยันถึงผลดีผลเสียของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในระยะยาว

มาถึงบทสรุปที่ว่า ตกลงบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยจริงหรือไม่ คำตอบคือ “ปลอดภัยกว่าบุหรี่จริง แต่ไม่ได้ปลอดภัย 100%” ตามที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น เนื่องจากสารประกอบของบุหรี่ไฟฟ้ายังเป็นที่ถกเถียงถึงเรื่องความปลอดภัยเอาไว้ได้ยังไม่ถึง 100% ดี ได้แต่มีงานวิจัยใหม่ๆ ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ ว่าจริงๆ แล้ว บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยต่อร่างกายมากน้อยแค่ไหน แต่ถึงกระนั้นด้วยสารประกอบที่ให้โทษต่อร่างกายน้อยกว่า จึงทำให้บุหรี่ไฟฟ้ายังถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คนที่อยากเลิกบุหรี่สามารถลองได้

แต่ถึงกระนั้นในเมื่อบุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่ถูกลักลอบเข้ามาขายในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย และแต่ละคนอาจมีวิธีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่แตกต่างกันออกไป จนอาจทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต่างกันได้ เช่น บางคนใช้เพื่อเลิกสูบบุหรี่จริง ใช้ไป 3 เดือน เลิกบุหรี่ได้จริง จึงยืนยันได้ผล แต่บางคนอาจไม่รู้จักวิธีใช้ที่แท้จริง ผสมส่วนประกอบเองจนทำให้ติดบุหรี่ไฟฟ้าแทนการติดบุหรี่จริง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำได้ อาจเป็นการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการเลิกบุหรี่ เพื่อค้นหาวิธีในการเลิกบุหรี่ที่ปลอดภัย และเหมาะสมกับร่างกายของเราจริงๆ จะดีที่สุด